



ONE DAY TRIP สนามบินอุดรธานี – ชุมชนบ้านโนนกอก – บ้านเชียง – บ้านนาเชือก – ชมปราสาทขอมกู่พันนา – พันนาบุรี
07.00 น. ออกจากสนามบินอุดรไปยัง บ้านโนนกอก

07.30 น. ถึงชุมชนบ้านโนนกอก มีการรวมกลุ่มจัดตั้งกลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก ที่อนุรักษ์การทอผ้าขิด ผ้าไหม ผ้าฝ้าย นำโดยนายอภิชาติ พลบัวไข ผู้ใหญ่บ้าน พัฒนาให้ปราชญ์ชาวบ้านโนนกอก ได้นำภูมิปัญญา การทอผ้าแบบดั้งเดิมของคนในตำบลหนองนาคำ มาสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

มีศูนย์การเรียนรู้ ทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก
– สาธิตการย้อมสีดอกบัวแดง, การทอผ้า ศูนย์เรียนรู้กลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก กิจกรรมการมัดย้อมผ้า ตามจินตนาการของนักท่องเที่ยวและฐานการสาธิตการย้อมสีจากดอกบัวแดงและสายบัวแดง การย้อมสีผ้าด้วยกลีบดอกบัว ดอกบัวแดงย้อมได้ถึง 3 สี จากสีธรรมชาติ ไม่ต้องใช้สารเคมี ที่จะให้สีแตกต่างกันไป เช่น สีทองได้จากการย้อมจากดอกบัวตากแห้ง สีเงิน ได้จากการย้อมจากสายบัวตากแห้ง ส่วนสีชมพูสดได้จากการย้อมจากน้ำกลีบบัวแดงสดผสมน้ำมะนาวในอัตราส่วนที่เหมาะสม


ผ้าไหมลายสายธารนาคเชียงรวง (CPOT) ผ้าคลุมไหล่แม่แบบขิดเกียง (CPOT) และกระเป๋าถือจากผ้าขิดบ้านโนนกอก
ศูนย์เรียนรู้กลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอกชมพิพิธภัณฑ์ผ้าทอ แหล่งรวบรวมลายผ้าทอโบราณและหมอนขิดเก่าแก่ เช่น ลายขิดเกียง ซึ่งเป็นลายผ้าห่อคัมภีร์โบราณ รวมถึงผ้าทอโบราณอื่น ๆ ที่หาดูได้ยาก


ศูนย์เรียนรู้กลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก สาธิตการทำ “ข้าวต้มกลีบบัวแดง” ขนาดพอดีคำ เป็นอาหารว่างสำหรับนักท่องเที่ยว มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ส่วนผสม เช่น เมล็ดธัญพืชต่าง ๆ ซึ่งนำไปนึ่งสุกแล้ว มาห่อด้วยใบตอง เช่น ข้าวเหนียว, ถั่วดำ, เผือก ,กล้วย และกลีบบัวแดง ห่อด้วยใบตอง แล้วนำไปนึ่งอีกครั้ง ซึ่งจะมีความนุ่ม และมีกลิ่นหอม นักท่องเที่ยวสามารถร่วมการห่อข้าวต้มบัวแดงได้

09.00 น. ออกเดินทางไปพิพิธภัณฑ์บ้านเชียง และชุมชนบ้านเชียง
10.00 น. ถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง เป็นพิพิธภัณฑ์ประจำแหล่งแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งสร้างขึ้นในพื้นที่ของแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง และเปิดให้เข้าชมได้อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ.2518 โดยก่อตั้งหลังการเสด็จประพาสเยี่ยมชมหลุมขุดค้นทางโบราณคดีของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อปี พ.ศ.2515

ที่นี่เป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยเลยทีเดียว เนื่องจากมีการค้นพบว่า บริเวณนี้นั้นเคยเป็นที่อยู่อาศัยและที่ฝังศพของคนก่อนประวัติศาสตร์ คือยุคโลหะ เมื่อราวๆ 5,000 กว่าปีมาแล้ว ทำให้แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ได้รับเลือกเป็นแหล่ง มรดกโลกทางวัฒนธรรม ในปี พ.ศ.2535 และเป็นที่รู้จักของคนไปทั่วโลก


10.45 น. ออกมาอินต่อด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ ตรงนี้มีร้านค้าขายของฝาก ของที่ระลึกจากการมาเยี่ยมชมบ้านเชียงด้วย จะเป็น หม้อ ไห แก้วน้ำ ต่างๆ ในลวดลายอันมีเอกลักษณ์ของบ้านเชียง ไหนๆ มาเที่ยวแล้ว ก็เก็บกลับบ้านไปเป็นที่ระลึก



เข้าร่วมกิจกรรมบ้านเชียง ใช้เวลา 1 ชั่วโมง (ชมศูนย์การเรียนรู้ปั้นหม้อ เขียนสี ชมบ้านไม้เก่า ชมศูนย์การเรียนรู้สะพานไม้ โฮมฮัก เยี่ยมชมกลุ่มทอผ้าย้อมคราม สานกระติ๊บ ของฝาก )


12.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง ที่ร้านลาบเป็ดบ้านเชียง เป็นอาหารท้องถิ่น

13.00 น. ออกเดินทงไปบ้านเชือก
14.30 น. ถึงบ้านนาเชือก ที่ตั้งของหมู่บ้านอยู่บริเวณริมเขื่อนน้ำอูน ซึ่งน้ำอูนเป็นสาขาที่สำคัญที่สุดของแม่น้ำสงคราม มีต้นน้ำอยู่ในทิวเขาภูพาน บางครั้งฝนตกหนักน้ำท่วมบ่อย จึงมีการสร้างเขื่อนดินขึ้นเพื่อบรรเทาน้ำท่วมและช่วยเก็บกักน้ำให้ชาวบ้านเพาะปลูกได้ พื้นที่บางส่วนของบ้านนาเชือกติดกับเขตป่าสงวน เลยทำให้พื้นที่อุดมด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ ผืนดินอุดมสมบูรณ์

ชมสาธิตการย้อมผ้าจากมูลควาย ชมผลิตภัณฑ์ที่ทำการมูลควาย การถักตุ๊กตา
ที่นี้มีกิจกรรมให้เราเลือกชมก็คือ การย้อมผ้ามูลควาย ชมการสาธิตการย้อมผ้าจากมูลควาย ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ทำผ้าย้อมสีธรรมชาติที่มีความแตกต่าง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่วนแบรนด์ ‘ก็ฝ้าย’ ต้องยกเครดิตให้ท่านด้วยที่ช่วยตั้งชื่อสื่อความหมายดีๆ อันแสนเก๋นี้ จนได้แสดงงานระดับประเทศเป็นที่รู้จักของสื่อต่างๆ เรื่อยมา

และ นั่งเรือชมเกาะกลางน้ำ สัมผัสกับบรรยากาศของเกาะกลางน้ำที่คุณจะสามารถนั่งเรือชมทิวทัศน์และธรรมชาติที่สวยงาม (นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ว่าจะทำกิจกรรมอะไร)

16.00 น. ออกเดินทางไปชมปราสาทขอมกู่พันนา
16.50 น. ถึงปราสาทขอมกู่พันนา ปราสาทขอมกู่พันนา ตั้งอยู่ในจังหวัดสกลนคร เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ตั้งแต่สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมในพุทธศตวรรษที่ 18 ถ้าคุณได้มีโอกาสมาเยือนที่นี่ จะได้สัมผัสกับปราสาทหินที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมและมุขทางด้านหน้า ซึ่งก่อด้วยหินศิลาแลงและหินทราย ทำให้ปราสาทนี้ดูแข็งแกร่งและมีความงดงามตามแบบฉบับศิลปะขอมโบราณ
ในระหว่างการเดินชม คุณจะได้เห็นกำแพงที่ล้อมรอบปราสาทซึ่งทำจากศิลาแลง ช่วยเพิ่มความลึกลับและความยิ่งใหญ่ให้กับสถานที่แห่งนี้ ถ้าใครสนใจประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมแบบโบราณ สถานที่นี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่น้อยเลย

17.30 น. ออกเดินทางไปพันนาบุรี
17.40 น. ถึงพันนาบุรี เป็นแลนด์มาร์คใหม่ของอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ซึ่งจะมีร้านอาหาร คาเฟ่ จุดถ่ายภาพ นวดแผนไทย ร้านเช่าขายของ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม นอกจากนี้การนำศิลปะมาสร้างเป็นแลนด์มาร์คใหม่อย่างพันนาบุรีนั้นเรียกได้ว่าเป็นอัตลักษณ์งานศิลปะที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก เนื่องจากพันนาบุรีใช้สังกะสีเก่าในการประกอบสร้าง เพื่อให้สอดคล้องเข้ากับหินศิลาแลงของปราสาทขอม รวมถึงสีของสังกะสีเก่านั้นยังโดดเด่นในเรื่องของความเก่าแก่และมีกลิ่นอายของขอม อีกทั้งยังมีสินค้าโอทอปให้เลือกชมเลือกซื้อเพื่อเป็นของฝาก



18.10 น. ออกเดินทางกลับสนามบินอุดรธานี
19.40 น. ถึงสนามบินอุดรธานี