สวัสดีค่ะทุกคน! วันนี้จะพาทุกคนไปสัมผัสเสน่ห์ของเมืองอุดรธานีผ่านการเดินทางสุดพิเศษ 1 วัน ที่รวมทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอาหารอร่อยไว้ครบถ้วน พร้อมแล้วไปเริ่มกันเลยค่ะ!

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เริ่มต้นวันของเราแต่เช้าด้วยการเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ซึ่งเต็มไปด้วยหินรูปร่างแปลกตาและร่องรอยของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ การเดินชมโบราณสถานที่นี่เปรียบเหมือนการย้อนเวลากลับไปยังอดีต  ส่วนใหญ่จะเป็นหินทรายที่ถูกสร้างขึ้นจากขบวนการกัดกร่อนจากธรรมชาติ มีอายุมามากกว่า 100 ล้านปี และได้ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกลำดับที่ 8 และแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 5 ของประเทศไทย และยังเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 2 ของอุดรธานี ต่อจาก แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก เมื่อ พ.ศ.2535 ที่นี่มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่จะค่อยให้คำแนะนำแหล่งท่องเที่ยวจุดต่างๆภายในอุทยานและเก็บค่าเข้าชมอุทยาน รวมทั้งมีรถค่อยให้บริการนักท่องเที่ยวสำหรับเดินทางไปยังหอนางอุสาโดยนักท่องเที่ยวจะเลือกเดินเข้าไปเองหรือใช้บริการนั่งรถเข้าไปก็ตามความสะดวกของเราเลยค่ะ พวกเราเลือกเดินเท้าเข้าไปประมาณ 500-600 เมตร เมื่อฉันเห็นหอนางอุสาครั้งแรก ฉันรู้สึกประหลาดใจมากๆ ว่าก้อนหินเหล่านี้อย่างกับมีคนยกมันมาจัดเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ คนในสมัยนั้นเขายกก้อนหินที่ใหญ่ขนาดนี้วางซ้อนทับกันได้อย่างไร? หรือว่าหินก้อนใหญ่ๆพวกนี้ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่แล้ว? บรรยากาศที่นี่ดีและสงบมาก ท่ามกลางเสียงนกร้องและสายลมเย็นๆ ฉันรู้สึกถึงความสวยงามของธรรมชาติและวิถีชีวิตผู้คนในอดีตเลยทีเดียว

บ้านติ้ว ต่อจากนั้นเราก็มาต่อกันที่ ชุมชนบ้านติ้ว วิสาหกิจชุมชนแม่บุญช่วยกล้วยทอด อยู่ไม่ไกลจากภูพระบาทเลย พอไปถึงก็ได้รับการต้องรับจากแม่ ๆ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอย่างอบอุ่นมากๆเลยค่ะ ถึงหน้าร้านปุ๊บ คุณแม่คุณพ่อก็เอากล้วยมาให้ชิมเลยค่ะ ให้ชิมเยอะมาก ๆ ไม่รู้จะเลือกชิมอันไหนก่อนเลย หลัก ๆ สินค้าที่คุณแม่ขายก็จะเป็นกล้วยฉาบค่ะ มีรสเค็มโรยเกลือนิด ๆ ให้อารมณ์เหมือนกำลังกินมันฝรั่งทอดกรอบ ๆ เลยค่ะ แล้วก็จะมีรสอบน้ำผึ้ง อันนี้คือทีเด็ดมาก ๆ ค่ะ แต่ระวังนิดนึงนะคะ เพราะน้ำผึ้งคุณแม่หวานมาก ทานแต่พอดีนะคะ อีกรสจะเป็นกล้วยเบรกแตกค่ะ อันนั้นก็อร่อยเหมือนกัน เป็นรสชาติหวานที่ได้มาจากกล้วยเลยค่ะ ไม่ได้เคลือบน้ำตาลเลย กล้วยของคุณแม่คือไม่อมน้ำมันเลย ไม่หยาบไม่เหนียว บางกรอบทุกชิ้น ส่วนกล้วยตากของคุณแม่ก็ทีเด็ดไม่แพ้กัน ข้าง ๆ บ้านยังมีโรงตากกล้วยด้วยค่ะ คือกรรมวิธีปลอดภัยหายห่วงแน่นอน ราคาที่คุณแม่ขายก็ถูกมาก ๆ ค่ะ ทุกอย่างแค่กิโลละ 130 บาทเท่านั้น แต่ถ้ามาซื้อที่หน้าร้านคุณแม่สามารถบอกได้เลยค่ะว่าจะเอาเท่าไหร่ เอาแค่ 50 บาทหรือครึ่งกิโลก็ได้ค่ะ เราก็โดนป้ายยาไป หิ้วกล้วยฉาบอบน้ำผึ้งและกล้วยเบรกแตกกลับบ้านไปอย่างละครึ่งกิโลเลยค่ะ อีกทั้งยังมีผลิตเครื่องจักสานที่ทำมาจากต้นกก เช่น กระติบข้าว หวดนึ่งข้าวเหนียว ใครมาเที่ยวชมภูพระบาทก็อย่าลืมมาแวะอุดหนุนกล้วยฉาบของวิสาหกิจชุมชนแม่บุญช่วยกล้วยทอดกันด้วยนะคะ สังเกตง่าย ๆ ร้านคุณแม่จะมีกล้วยหวีใหญ่ ๆ ตั้งอยู่หน้าร้านเลยค่ะ

วัดป่าภูก้อน

ต่อจากนั้น เราเดินทางไปยังวัดป่าภูก้อน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี ใกล้รอยต่อของจังหวัดอุดรธานี เลย และหนองคาย วัดที่ตั้งอยู่กลางป่าบนยอดเขา รายล้อมด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ความเงียบสงบของที่นี่ช่วยให้จิตใจเบาสบาย ตัวอุโบสถสีฟ้าสดใสตัดกับท้องฟ้าอย่างงดงาม
จุดเด่นของวัดคือ พระวิหารไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์ ตกแต่งด้วยภาพพุทธประวัติ ทศชาติ และบทสวดอิติปิโสบนหินอ่อนสีขาว สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในหลวง รัชกาลที่ 9 ภายในยังมี พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี หินอ่อนสีขาวจากอิตาลี ยาว 20 เมตร มีรายละเอียดที่ประณีตสวยงาม และ พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและรูปปั้นหินอ่อนเกจิอาจารย์ ถือเป็นรูปปั้นที่งดงามและควรค่าแก่การเยี่ยมชมมากๆเลยค่ะ

ครัวจำปาสี่ต้น
เที่ยงวันแล้วค่ะ! ถึงเวลาลิ้มรสอาหารที่ครัวจำปาสี่ต้น อาหารอร่อยราคาน่ารักชอบข้าวคลุกกะปิสูตรคุณยายมากเครื่องแน่นๆ ส้มตำปลาร้าแซ่บนัวมาก ไก่ทอดก็เสิร์ฟร้อนๆ หอมๆ เลย บรรยากาศที่ร้านก็ดีมากๆ มีที่จอดรถให้ ทางร้านบริการดีน่ารัก เป็นกันเองสุดๆ

จุดชมวิวผาตากเสื้อ
หลังจากอิ่มท้อง เราเดินทางไปจุดชมวิวผาตากเสื้อ ตั้งอยู่ใน ตำบลผาตั้ง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ซึ่งมีวิวทิวทัศน์สวยงดงามอย่างมาก สามารถมองเห็นแม่น้ำโขงทอดยาวสุดสายตามองเห็นความเป็นอยู่ของชาวไทย-ลาวได้อย่างชัดเจน ความงดงามของธรรมชาติที่นี่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้รับพลังชีวิตเพิ่มขึ้น ที่นี่เป็น Skywalk กระจกใส ที่มีความมั่นคงแข็งแรง หนา 4 เซนติเมตร สามารถรับน้ำหนักได้ประมาณ 2,500 กิโลกรัม หรือประมาณ 20 คน และยังมีหน้าผาตากเสื้อซึ่งสามารถ ถ่ายรูปและชมวิวได้เช่นกันค่ะ

ตลาดนาข่า
ที่ต่อมาเราแวะช็อปปิ้งที่ตลาดนาข่า ที่นี่มีผ้าทอมือและของฝากพื้นเมืองให้เลือกมากมาย จากผ้าหลากชนิด เช่น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าขิด ผลิตและย้อมสีจากธรรมชาติ ออกแบบตัดเย็บโดยฝีมือชาวบ้านรวดลายที่เป็นเอกลักษณ์มีสินค้าจาผ้าให้เลือกมากมาย เช่า เสื้อผ้า กางเกง ชุดสำเร็จรูป ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคนหรือแม้แต่ผ้าเมตรก็มีจำหน่ายมีร้านค้ากว่า 100 ร้านค้าเป็นการรวมกลุ่มของผู้ผลิตในชุมชนที่เข้มแข็ง ถือเป็นแหล่งช็อปปิ้งตลาดสินค้าจากผ้าที่ครบวงจรที่ใหญ่สุดในภาคอีสาน เราก็ได้เลือกซื้อผ้าซิ่นสวยๆ ติดไม้ติดมือกลับมาเป็นของฝากให้คุณแม่ด้วยค่ะ

หนองประจักษ์
ปิดท้ายวันด้วยการเดินเล่นที่หนองประจักษ์ ทะเลสาบที่ล้อมรอบด้วยสวนสาธารณะ โดยบริเวณตัวเกาะกลางน้ำได้จัดเป็นสวนหย่อมปลูกไม้ดอกไม้ประดับหลายชนิด และมีสะพานเชื่อมระหว่างเกาะ มีน้ำพุ หอนาฬิกา และสนามเด็กเล่น สำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายของประชาชน ปัจจุบัน มีตุ๊กตาเป็ดยางสีเหลืองลอยอยู่กลางน้ำ กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเมืองอุดรธานีที่นักท่องเที่ยวนิยม มาถ่ายรูป บรรยากาศยามค่ำที่นี่เต็มไปด้วยแสงไฟและความสดชื่นจากธรรมชาติ ที่นี่มีจักรยานให้เช่าปั่นรอบๆสวนด้วยนะ ปั่นกับเพื่อนๆคือสนุกสุดเหวี่ยงมากๆ บรรยากาศดีสุดๆ เป็นจุดสุดท้ายที่ช่วยเติมเต็มการเดินทางครั้งนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากๆ

เป็นอย่างไรบ้างคะ? หวังว่าทุกคนจะได้แรงบันดาลใจในการเดินทางและสัมผัสมนต์เสน่ห์ของอุดรธานีเหมือนเรานะคะ รับรองว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่น่าประทับใจไม่รู้ลืมแน่นอนค่ะ!